Propolis (โพรโพลิส) สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ – propolizspray
หญิงมน Monix
August 1, 2019
Propolis (โพรโพลิส) สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ
August 1, 2019

Propolis (โพรโพลิส) สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ

Propolis (โพรโพลิส) หรือ กาวผึ้ง เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากรังผึ้งที่นำมาใช้ประโยชน์ในทางยาตั้งแต่โบราณในยุคกรีก โรมัน โดยมีบันทึกว่ามีการนำ Propolis (โพรโพลิส) ใช้บรรเทาอาการระคายคอ

จากรายงานการวิจัยที่ผ่านมาพบว่า Propolis (โพรโพลิส) มีส่วนประกอบของสารสำคัญต่างๆ มากกว่า 300ชนิด โดยส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (ได้แก่ Galangin; กาแลนจิน, Caffeic acid phenethyl ester
(CAPE); กรดคาเฟอิค) ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์
นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่นๆ เช่น เทอร์ปีน ฟีนอลิก เป็นต้น
ซึ่งสารที่พบจะมีความแตกต่างหลากหลายไปตามแหล่งอาศัยของผึ้งและชนิดของพืชพันธุ์ในแถบนั้น

ประโยชน์ต่อสุขภาพของ Propolis (โพรโพลิส)
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Propolis (โพรโพลิส)
มีองค์ประกอบของสารเคมีที่แตกต่างกันหลายชนิด ส่งผลให้มีรายงานคุณสมบัติของ Propolis (โพรโพลิส) ที่หลากหลาย
ได้แก่ ฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ทั้งยังต้านการอักเสบ ต้านเนื้องอก
ต้านออกซิเดชั่นและชะลอความเสื่อมของเซลล์ แต่ยังสรุปแน่ชัดไม่ได้ว่าเป็นเพราะกลไกหรือสารชนิดใดใน
Propolis (โพรโพลิส) อย่างไรก็ตาม มีการวิจัยมากมายที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของ Propolis (โพรโพลิส) ในด้านต่าง ๆ
โดยเฉพาะการบรรเทาอาการจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ดังนี้

แก้เจ็บคอ บรรเทาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
อาการเจ็บหรือระคายเคืองในลำคอสร้างความรำคาญใจให้ใครหลายคน อีกทั้งมักตามมาด้วยอาการคอแห้ง ไอ
และเสียงแหบ ทำให้ไม่สามารถพูดคุยได้ตามปกติ ซึ่งมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว ได้แก่
การติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโทคอกคัสหรือเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ การติดเชื้อรา
หรือบางครั้งก็อาจเกิดจากการเผชิญสารเคมีต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง
มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่า น้ำผึ้งช่วยให้ทางเดินหายใจและลำคอชุ่มชื้น
จึงช่วยบรรเทาอาการไอจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ ซึ่ง Propolis (โพรโพลิส)
ก็อาจมีประโยชน์ในด้านนี้ไม่แพ้กัน เพราะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์จากผึ้งอย่าง Propolis (โพรโพลิส)

มีสารสำคัญอย่างกาแลนจินและกรดคาเฟอิกที่มีคุณสมบัติช่วยต้านจุลชีพและต้านการอักเสบ
ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการอักเสบและติดเชื้อได้ด้วย
หลังจากนั้น
มีงานค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งทดลองให้เด็กที่มีอาการคออักเสบเนื่องจากติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Propolis (โพรโพลิส) เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
ปรากฏว่าอาการอักเสบของคอและหูชั้นกลางที่เกิดจากการติดเชื้อบรรเทาลง
ทั้งยังลดความเสี่ยงต่อภาวะหลอดลมอักเสบและไซนัสอักเสบ
ซึ่งมักเป็นผลมาจากการติดเชื้อบริเวณจมูกหรือคอได้ด้วย
ในปี 2010 มีงานวิจัยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบนจำนวน 250 คน ณ โรงพยาบาล
Central Hospital มหาวิทยาลัย Benin เกี่ยวกับประสิทธิภาพของ Propolis (โพรโพลิส)
ในการต้านเชื้อที่แยกจากลำคอของผู้ป่วย พบว่า
Propolis (โพรโพลิส) มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในทางเดินหายใจส่วนบนและเป็นเชื้อที่แยกออกจากลำ
คอของผู้ป่วยได้จริง พร้อมทั้งมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อราในช่องปาก
ซึ่งมักเป็นเชื้อฉวยโอกาสในช่องปากและลำคอ
จากการศึกษาที่สอดคล้องกันดังข้างต้น Propolis (โพรโพลิส)
จึงเป็นอีกทางเลือกจากธรรมชาติในการบรรเทาอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจที่ปลอดภัยและได้ผลอีกทั้งหากเ
ป็นการติดเชื้อจากแบคทีเรียก็จะไม่ทำให้เกิดการดื้อยาเหมือนการใช้ยาปฏิชีวนะ

บำรุงสุขภาพช่องปาก
สุขภาพปากและฟันที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อยิ้มหรือพูดคุย
แต่ยังสามารถป้องกันการเกิดปัญหาภายในช่องปากเมื่อมีอายุมากขึ้นด้วย ซึ่งตัวการสำคัญของปัญหาดังกล่าว คือ
แบคทีเรีย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในช่องปาก หากไม่ดูแลรักษาความสะอาด
แบคทีเรียเหล่านั้นอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเกิดคราบหินปูนสะสม มีกลิ่นปาก และนำไปสู่โรคเหงือกได้
ด้วยคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ Propolis (โพรโพลิส)
น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพลดการสะสมของคราบสิ่งสกปรกที่เกิดจากการรวมตัวกันของเชื้อแบคทีเ
รียภายในช่องปาก ทั้งนี้ มีผลการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นหลากคุณประโยชน์ของ Propolis (โพรโพลิส)
ต่อสุขภาพปากและฟัน
งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การกลั้วน้ำยาบ้วนปากชนิดไร้แอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของบราซิลเลียนกรีนโพรพอลิส
(Brazilian Green Propolis) 5 เปอร์เซ็นต์ ในปริมาณ 10 มิลลิลิตร เป็นเวลา 1 นาที
ทันทีหลังจากแปรงฟันในตอนเช้าและก่อนนอน โดยใช้ติดต่อกัน 45 หรือ 90 วัน พบว่า Propolis (โพรโพลิส)
อาจช่วยควบคุมการเกิดคราบจุลินทรีย์และโรคเหงือกได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 24 เปอร์เซ็นต์และ 40
เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ทั้งยังไม่ส่งผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อและเยื่อบุในช่องปากของผู้เข้าร่วมทดลอง
รวมถึงไม่กระทบต่อจุลินทรีย์ทั่วไปที่ไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเหงือกและฟัน

นอกจากน้ำยาบ้วนปาก ยังมีการประยุกต์ใช้ Propolis (โพรโพลิส) ในรูปแบบอื่น ๆ
อีกมากมายที่พบว่าให้ผลดีต่อสุขภาพช่องปากเช่นกัน โดยการศึกษาชิ้นหนึ่งเผยว่ายาสีฟันที่มีส่วนผสมของ
Brazilian Green Propolis 3 เปอร์เซ็นต์ช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ได้เช่นเดียวกัน
และยังทำให้สุขภาพเหงือกโดยรอบดีขึ้น ส่วน Propolis (โพรโพลิส) ในรูปแบบสารละลายนั้น
อาจช่วยฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ตามแปรงสีฟันและยังช่วยให้แผลผ่าตัดในช่องปากฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติด้วย

ประโยชน์ด้านอื่น ๆ
Propolis (โพรโพลิส)  เป็นผลิตภัณฑ์จากผึ้งที่นักวิจัยค่อนข้างให้ความสนใจ
เพราะนอกจากสรรพคุณบำรุงสุขภาพช่องปากและลำคอแล้ว ยังมีการศึกษาถึงประโยชน์ของสารชนิดนี้ในหลาย
ๆ ด้าน โดยงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าคุณสมบัติต้านเชื้อไวรัสของ Propolis (โพรโพลิส)
อาจเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยในการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับผู้ป่วยที่มีหูดจากการติดเชื้อไวรัส
ส่วนสรรพคุณต้านการอักเสบก็อาจช่วยเร่งการสมานตัวของแผลได้ เช่น แผลเบาหวานที่เท้า
แผลจากโรคเริมที่อวัยวะเพศ เป็นต้น และอาจช่วยลดความเจ็บปวดจากการอักเสบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปในตัวด้วย
อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางการแพทย์ที่มีในขณะนี้ยังไม่อาจยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ
Propolis (โพรโพลิส) ได้อย่างแน่ชัด จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ดังนั้น หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Propolis (โพรโพลิส)
เพื่อหวังสรรพคุณทางการรักษาโรคด้วยตนเอง
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งเกี่ยวกับวิธีการใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Propolis (โพรโพลิส) ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ?
โดยทั่วไป น้ำผึ้งที่เรารับประทานกันจะมี Propolis (โพรโพลิส) เจือปนอยู่แล้วพร้อมทั้ง
Propolis (โพรโพลิส)  มีประวัติการใช้มาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นการรับประทานหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของPropolis (โพรโพลิส)
ภายในช่องปากจึงค่อนข้างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้อาจต้องระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ
และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยใด ๆ เสมอ

ข้อพึงระวัง

  1. ผู้ที่แพ้น้ำผึ้งหรือแพ้ผึ้ง เพราะอาจมีโอกาสแพ้ Propolis (โพรโพลิส) ได้เช่นเดียวกัน

    โดยอาจสังเกตอาการแพ้ได้จากการมีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง

  2. ผู้ป่วยโรคหืด เพราะอาจมีอาการแย่ลงหลังจากได้รับสารนี้

  3. หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร  แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เนื่องจากภาวะของหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรในแต่ละคนมี

    ความแตกต่างกัน

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Propolis (โพรโพลิส)
ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Propolis (โพรโพลิส)  จัดจำหน่ายเป็นจำนวนมากตามร้านขายยาและร้านค้าทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากและลำคอ ยาอม น้ำยาบ้วนปาก ชนิดรับประทานในรูปแบบเม็ด แคปซูล

สารละลายหรือ รูปแบบทาภายนอกเช่นครีม ขี้ผึ้งหรือโลชั่น
ดังนั้นควรพิจารณาถึงข้อควรระวังในการเลือกซื้อและการใช้ ดังนี้
– ควรเลือกผลิตภัณฑ์ Propolis (โพรโพลิส) ที่ผ่านการรับรองว่าไม่มีส่วนผสมหรือการเจือปนของสารโลหะหนัก
– อ่านฉลากคำเตือนและวิธีใช้ให้ละเอียด โดยปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเสมอ
– หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Propolis (โพรโพลิส)
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์
– หากพบอาการแพ้ที่มีลักษณะเป็นผื่นแดง คันตามร่างกาย ปากบวม ตาบวมหรือหายใจไม่ออก
ควรพบแพทย์ทันที